| |
เทคโนโลยีการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เลิร์นนิ่ง) กำลังปรับเปลี่ยนบทบาท จากการเป็นเครื่องมือช่วย สอน ในยุคออนไลน์มาสู่การเป็นเครื่องมือ วัด คนและผลงานสำหรับองค์กรภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกธุรกิจต้องพัฒนา ทุนมนุษย์ เพื่อมาใช้ต่อยอมสู่การสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดแข่งขันขององค์กร
ในภาวะที่ยังไม่ใครสามารถระบุ มูลค่า ที่ชัดเจนของตลาดอี-เลิร์นนิ่งโดยรวม แต่ถ้าหันมามองตลาดการฝึกอบรมแล้วทางผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมากว่า 10 ปีอย่าง โปรเกรส อินฟอร์เมชั่น ออกมาฟันธงว่าสูงถึง 5 พันล้านบาท ดังนั้น หากผู้ให้บริการอี-เลิร์นนิ่งรายใด สามารถเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดสัก 10% แล้ว ก็นับว่าเป็นตัวเลขที่นาสสนใจทีเดียว
องค์กร ลูกค้าหลักอี-เลิร์นนิ่ง
นางสาวสายรุ้ง ฉันทะชัยมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเกรส อินฟอร์เมชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลาดอี-เลิร์นนิ่งในประเทศไทย ยังมีปัจจัยของ ขนาด (Economy of Scale) เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากยังจำกัดการใช้งานโดยภาคองค์กร ทั้งสถาบันการศึกษา, รัฐวิสาหกิจ, หน่วยงานรัฐ และธุรกิจเอกชน โดยไม่ได้ลงไปถึงระดับบุคคลทั่วไปอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความชำนาญของบริษัท ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดองค์กรมาก่อน
โดยการทำธุรกิจอี-เลิร์นนิ่งของบริษัท จะครอบคลุมบริการ ทั้งโซลูชั่น, ระบบทดสอบออนไลน์ (e-Testing) และการพัฒนาเนื้อหาวิชา ให้กับองค์กรทั้งภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาซึ่งรวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ปัจจุบันในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์มีการใช้งานแบบครบวงจรแล้ว
ล่าสุด บริษัทได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการให้บริการข้างต้นมาต่อยอดสู่การพัฒนาโปรแกรม ไอสแควร์ ( i2) สำหรับบุกตลาดพัฒนาทรัพยากรบุคลากร ในรูปแบบของ e-HRD โดยเฉพาะ
เกาะติดเทรนด์พัฒนา ทุนมนุษย์
ทั้งนี้ ไอสแควร์ จะเป็นซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรบุคคลครบวงจร ที่ได้รับการออกแบบให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันตั้งแต่การสรรหา ประเมินผลเพื่อเลื่อนตำแหน่งบุคลากร ตลอดจนพัฒนา
โปรแกรมนี้จะระบุได้ถึงขั้นว่าบุคลากรคนนั้นๆ หรือตำแหน่งนั้นๆ ยังขาดในจุดใดอยู่ ซึ่งก็จะนำหลักสูตรที่เป็นรายวิชาย่อยไปพัฒนาเขาได้ ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการสร้าง
Competency
ปัจจุบัน บริษัทพัฒนาไอสแควร์ออกมาเป็นโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถคัดสรร และประเมินผลได้ง่าย รวดเร็วขึ้นผ่านออนไลน์ จากเดิมที่กระบวนการเหล่านี้จะทำในรูปแบบของกระดาษ
ผู้บริหารของโปรเกรส กล่าวว่าจุดขายของโปรเกรสไอสแควร์ก็คือ เจ้าของหรือผู้บริหารองค์กรนั้นๆ สามารถติดตามผล ของเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้สำหรับการพัฒนาบุคลากร และเกาะติดพฤติกรรมการเรียน และผลการทดสอบของพนักงานได้
รวมทั้งมองว่า โปรแกรมด้านการอบรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เลิร์นนิ่ง) จะมีแนวโน้มเติบโตสูงขั้นเรื่อยๆ เมื่อประเมินจากตลาดการอบรมโดยรวมที่มีมูลค่าประมาณ 5 พันล้านบาท ขณะที่การเอาอี-เลิร์นนิ่งเข้ามาช่วย จะทำให้ประหยัดต้นทุนการส่งพนักงานไปอบรม และวัดผลได้ผ่านระบบ ซึ่งรูปแบบใหม่นี้ น่าจะเข้าไปค่อยๆ กินส่วนแบ่งจากตลาดอบรมแบบเดิมๆ
ตลาดโตสวนเศรษฐกิจซบ
นายประสิทธิชัย วีระยุทธวิไล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สามารถ เทลคอม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในส่วนของบริษัทเองมองว่า แนวโน้มตลาดอี-เลิร์นนิ่ง ในประเทศไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตได้และค่อนข้างจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ
ล่าสุดได้ปรับร่นประมาณการณ์รายได้ขึ้นมาเร็วขึ้นจากที่เคยตั้งเป้าว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในกลุ่มนี้โดยไม่นับร่วมโครงการขนาดใหญ่ไว้ 200 ล้านบาท ภายใน 5 ปีจากนี้เป็นภายใน 3 ปี
ปัจจุบัน บริษัทมุ่งทำตลาดใน 2 ส่วน คือ 1.โปรแกรมยูพลัส สำหรับลูกค้ากลุ่มสถาบันการศึกษา เป็นอี-เลิร์นนิ่ง พอร์ทัลที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่เนื้อหาวิชาตลอดจนกระบวนการจัดการการเรียนการสอน
เอชอาร์ดีพลัส ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการพัฒนาเนื้อหาวิชาต่างๆ ที่สถาบันการศึกษาใช้สำหรับอี-เลิร์นนิ่ง มาสู่หลักสูตรอบรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับองค์กรธุรกิจใช้ในการพัฒนาความรู้พื้นฐานเฉพาะสาขาอาชีพ เช่น โทรคมนาคม, การเงิน, การตลาดและการขาย, กฎหมาย เป็นต้น
อี-เลิร์นนิ่ง ได้รับผลกกระทบน้อยเพราะเป็นทางออกของคนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ในแง่ขององค์กรก็จะมองว่า การอบรมบุคลากรผ่านอี-เลิร์นนิ่ง มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการส่งพนักงานไปอบรม ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อหัวในหลักหลายพัน-หลักหมื่นบาท ดังนั้นตลาดด้านนี้จึงยังโตขึ้น ขณะที่ตลาดฝึกอบรมเริ่มตกลง
ขณะที่ในภาคการศึกษานั้น มีผลวิจัยพบว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจตก คนจะหันมาเรียนปริญญาโทเพิ่มขึ้น และส่วนหนึ่งก็จะเรียนผ่านอี-เลิร์นนิ่ง เพราะสามารถทำงานไปด้วย พร้อมกับเรียนไปด้วย เพื่ออัพเกรดตัวเอง |
|